มัดรวม 3 ครีมกันแดด กีฬากลางแจ้ง ถูกใจสายวิ่ง สายลุย
- pocarethailand

- 17 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่ง ปั่นจักรยาน เดินป่า หรือเล่นกีฬากลางแจ้งประเภทไหน “ครีมกันแดด” คือไอเทมสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB แล้ว ยังช่วยลดโอกาสผิวหมองคล้ำ แสบแดง และการถูกทำร้ายจากแดดสะสมในระยะยาว บทความนี้จะพาไปดูว่าเหตุใดคนเล่นกีฬากลางแจ้งจึงควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับกิจกรรม พร้อมแนะนำ 3 กันแดดน่าใช้ที่ตอบโจทย์ทั้งสายวิ่งและสายลุย
ทำไมผู้เล่นกีฬากลางแจ้งจึงต้องใช้ครีมกันแดดโดยเฉพาะ

ผู้ที่เล่นกีฬากลางแจ้งต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานกว่าปกติ บางกิจกรรมอาจใช้เวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ผิวได้รับรังสี UV โดยตรงมากขึ้น ซึ่งรังสีเหล่านี้เป็นสาเหตุของปัญหาผิวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นผิวไหม้แดด ผิวคล้ำเสีย ความหมองสะสม ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมถึงริ้วรอยก่อนวัย
นอกจากนี้ การเล่นกีฬาไม่ได้มีแค่เรื่องแดดแรงเท่านั้น แต่ยังมีทั้ง เหงื่อ ความร้อน ลม ฝุ่น และการเสียดสีจากการเช็ดหน้า ซึ่งล้วนทำให้กันแดดหลุดออกได้ง่ายกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นคนที่เล่นกีฬากลางแจ้งจึงควรเลือกครีมกันแดดที่ออกแบบมาให้เหมาะกับกิจกรรมโดยเฉพาะ เช่น ปกป้องแดดได้สูง ติดทนนาน กันน้ำ กันเหงื่อ และมีเนื้อสัมผัสสบายผิวแม้ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา
กีฬากลางแจ้งประเภทไหนที่ควรใช้ครีมกันแดดเป็นพิเศษ
แม้ว่ากีฬากลางแจ้งแทบทุกประเภทจะควรใช้ครีมกันแดด แต่ความสำคัญจะยิ่งเพิ่มขึ้นในกิจกรรมที่ต้องเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน หรือเป็นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องจนเหงื่อออกมาก เพราะปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ผิวได้รับรังสี UV มากขึ้น และทำให้ครีมกันแดดหลุดออกจากผิวได้ง่ายกว่าปกติ
ตัวอย่างกีฬากลางแจ้งที่ควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดเป็นพิเศษ ได้แก่ การวิ่งมาราธอนและวิ่งเทรล ซึ่งต้องอยู่กลางแจ้งต่อเนื่องหลายชั่วโมง
การปั่นจักรยาน ที่ต้องเจอกับทั้งแดด ลม และเหงื่อ รวมถึง ฟุตบอล เทนนิส และบาสเกตบอลกลางแจ้ง ที่เป็นกีฬาซึ่งใช้แรงมากและต้องสัมผัสแสงแดดโดยตรงตลอดการเล่น
นอกจากนี้กีฬากอล์ฟก็เป็นอีกกิจกรรมที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแม้จะไม่ได้ใช้แรงหนักตลอดเวลา แต่ผู้เล่นมักต้องอยู่กลางแจ้งนานหลายชั่วโมง เช่นเดียวกับการเดินป่าและแคมป์ปิ้งที่ต้องเผชิญแดดตลอดทั้งวัน
ส่วนกีฬาทางน้ำหรือกิจกรรมริมชายหาด เช่น ว่ายน้ำ เซิร์ฟ หรือดำน้ำ ก็มีความเสี่ยงต่อการรับรังสี UV มากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากแสงแดดสามารถสะท้อนจากผิวน้ำกลับมาสู่ผิวได้
วิธีเลือกครีมกันแดดสำหรับกีฬากลางแจ้ง
เลือกค่า SPF เท่าไหร่จึงเหมาะสม
ค่า SPF เป็นค่าที่บอกประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจาก รังสี UVB ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการผิวไหม้แดด แสบแดง และผิวคล้ำจากการออกแดด
สำหรับการเล่นกีฬากลางแจ้ง แนะนำให้เลือกอย่างน้อย SPF 30 ขึ้นไป แต่ถ้าต้องอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน หรือเล่นกีฬาที่เหงื่อออกมาก ควรเลือก SPF 50+ เพื่อการปกป้องที่เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่วิ่ง ปั่นจักรยาน เดินป่า หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงแดดแรง
ค่า PA สำคัญอย่างไร
นอกจาก SPF แล้ว อีกค่าที่ไม่ควรมองข้ามคือ PA ซึ่งบอกระดับการปกป้องผิวจากรังสี UVA รังสีชนิดนี้เป็นตัวการสำคัญของผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัย เพราะสามารถทำร้ายผิวได้ลึกและสะสมในระยะยาว
สำหรับคนเล่นกีฬากลางแจ้ง ควรเลือกครีมกันแดดที่มี PA+++ หรือ PA++++ เพื่อให้ผิวได้รับการปกป้องจากแดดอย่างครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ออกแดดเป็นประจำหรือมีกิจกรรมกลางแจ้งต่อเนื่องหลายวัน
ถ้าจะเลือกกันแดดสำหรับสายวิ่งหรือสายลุยจริง ๆ การมองหาสูตรที่มีทั้ง SPF สูงและ PA++++ ถือว่าอุ่นใจกว่า เพราะช่วยปกป้องได้ครบทั้ง UVB และ UVA
คุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ (Water Resistant)
ครีมกันแดดสำหรับกีฬากลางแจ้งควรมีคุณสมบัติ Water Resistant หรือกันน้ำกันเหงื่อ เพราะในระหว่างออกกำลังกาย เหงื่อจะออกมากกว่าปกติ และบางคนอาจมีการล้างหน้า ซับหน้า หรือสัมผัสผิวบ่อย ทำให้กันแดดหลุดออกได้ง่าย
สูตรกันน้ำกันเหงื่อจะช่วยให้กันแดดยึดเกาะผิวได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่ประสิทธิภาพการปกป้องจะลดลงเร็วเกินไป จึงเหมาะมากกับคนที่ต้องวิ่งกลางแจ้ง เล่นกีฬาเป็นเวลานาน หรือทำกิจกรรมที่เจอทั้งแดดและความชื้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นสูตรกันน้ำกันเหงื่อ ก็ควรทาซ้ำเมื่อทำกิจกรรมต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง หรือหลังเช็ดเหงื่อและล้างหน้า เพื่อให้การปกป้องยังมีประสิทธิภาพ
เนื้อสัมผัสที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง
เนื้อสัมผัสของครีมกันแดดถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากกันแดดมีความเหนอะหนะ หนักผิว หรือทำให้รู้สึกอึดอัด ก็อาจทำให้หลายคนไม่อยากใช้เป็นประจำ โดยเฉพาะในวันที่ต้องออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
ครีมกันแดดที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งควรมีเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะบนผิว ช่วยให้รู้สึกสบายผิวแม้ต้องเจอกับอากาศร้อนหรือเหงื่อออกมาก นอกจากนี้ยังควรไม่วอก ไม่หนักหน้า และไม่รบกวนการเคลื่อนไหวระหว่างทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นก่อนวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือออกไปทำกิจกรรมลุย ๆ ก็สามารถใช้ได้อย่างสบายใจมากขึ้น
วิธีทาครีมกันแดดก่อนเล่นกีฬากลางแจ้งให้ได้ผลดีที่สุด
ควรทาก่อนออกแดดกี่นาที
เพื่อให้ครีมกันแดดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควรทาก่อนออกแดดประมาณ 15–20 นาที โดยเฉพาะก่อนเริ่มวิ่ง ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะจะช่วยให้ฟิล์มกันแดดเซตตัวบนผิวได้ดีขึ้น
หากทาแล้วรีบออกแดดทันที ประสิทธิภาพของกันแดดอาจยังไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในวันที่แดดแรงหรือมีกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกเร็วตั้งแต่เริ่มต้น
ปริมาณครีมกันแดดที่เหมาะสม
การใช้ครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าทาน้อยเกินไป ประสิทธิภาพการปกป้องผิวก็จะลดลงตามไปด้วย
แนวทางง่าย ๆ และได้ผลดีคือ ส่วน ใบหน้าและลำคอใช้ประมาณ 2 ข้อนิ้ว ในส่วนของผิวกายทาให้ทั่วบริเวณที่โดนแดด เช่น แขน ขา คอ หลังคอ และไหล่ หากใส่เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น หรือเสื้อกล้าม ควรใส่ใจกับบริเวณผิวที่เปิดรับแดดมากเป็นพิเศษ
สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้เวลานาน ควรพกกันแดดติดตัวไว้เพื่อเติมระหว่างวัน โดยเฉพาะหลังเหงื่อออกมาก ซับหน้า หรือทำกิจกรรมต่อเนื่องเกิน 2–3 ชั่วโมง
จุดที่หลายคนมักลืมทา
แม้หลายคนจะทากันแดดที่หน้าและแขนแล้ว แต่ยังมีหลายจุดที่มักถูกลืม ซึ่งเป็นบริเวณที่โดนแดดง่ายไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างเช่น หลังคอและต้นคอ ใบหูและหลังใบหู ท้ายทอย เปลือกตาบน รอบดวงตา (ควรทาด้วยความระมัดระวัง)
จมูกและโหนกแก้ม ซึ่งเป็นจุดรับแดดโดยตรง หลังมือ โดยเฉพาะคนที่วิ่งหรือปั่นจักรยานกลางแจ้ง หัวไหล่ ต้นแขน น่อง หลังขา หากใส่ชุดกีฬาเปิดผิว
จุดเล็ก ๆ เหล่านี้มักเป็นบริเวณที่ผิวไหม้แดดได้ง่าย หากละเลยไปก็อาจทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอหรือเกิดอาการแสบแดงหลังทำกิจกรรมกลางแจ้งได้
เลือกครีมกันแดดให้เหมาะ ก็พร้อมลุยทุกกิจกรรมกลางแจ้งได้มั่นใจกว่า
สำหรับคนที่ชอบวิ่ง ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ การเลือกครีมกันแดดไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ว่าช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้หรือไม่ แต่ควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งานจริงด้วย ทั้งค่า SPF และ PA ที่เพียงพอ เนื้อสัมผัสที่บางเบาสบายผิว รวมถึงคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ เพื่อรองรับกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวต่อเนื่องได้ตลอดวัน
ในปัจจุบันครีมกันแดดสำหรับสายแอคทีฟมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป เช่น
กันแดดสเปรย์ POCARE ULTRA SPORT FUSION CLEAR SUN SPRAY SPF 50+ PA++++

กันแดดสเปรย์ สูตรเย็นสดชื่น ใช้สำหรับผิวกายเท่านั้น เหมาะกับสายกีฬาเพราะ ละอองบางเบา แห้งไว ไม่ทิ้งคราบ เย็นยาวนานขึ้นด้วย Cool Fusion ทั้งกันแดดและให้ผิวเย็นสดชื่น เติมความชุ่มชื้นได้ยาวนาน แม้อยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้าๆ
ครีมกันแดด Aloe Moisturizing Sun Block SPF50+ PA++++

กันแดดหลอดส้มในตำนานที่ใช้ได้ทุกคนป็นอีกตัวเลือกที่ให้ความบางเบา เกลี่ยง่าย และช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวไปพร้อมกัน ส่วนในวันที่ต้องเผชิญแดดจัดเป็นพิเศษ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต่อเนื่องยาวนาน
ครีมกันแดด POCARE ALOE ADVANCE MOISTURIZING MINERAL SUNSCREEN SPF50+ PA++++

กันแดดที่ยิ่งเปียกยิ่งปกป้อง ด้วยนวัตกรรม HydroActive ไม่ว่าจะเป็นสายวิ่ง สายปั่น สายเทรล หรือสายกิจกรรมกลางแจ้งแบบไหน การมีกันแดดที่เหมาะกับตัวเองจะช่วยให้ลุยแดดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น พร้อมลดโอกาสผิวเสียสะสมในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่องทางการสั่งซื้อ สินค้าจาก PO CARE
Shopee : https://th.shp.ee/KyDJnnE
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.Z1ne5Z


ความคิดเห็น